05 ธันวาคม 2559

ความหมาย

Auxiliary Verbs

เป็นกริยาช่วย หรือที่เราเรียกกันว่า Helping Verbs
แต่มันมีอีกชื่อว่า
Auxiliary Modals หรือ Modal Verbs
ซึ่งกริยาประเภทนี้ต้องตามด้วยกริยาอีกตัวเสมอ เพราะกริยาอยู่โดดๆไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะผิดทันที และทำให้ประโยคไม่มีความสมบูรณ์ มาดูกันว่า Auxiliary Verbs มีอะไรบ้าง และการใช้แต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร

Auxiliary Verbs หรือ กริยาช่วย ได้แก่ will, would, shall, should, can, could, may, might, dare, must, have to, need, use to, ought to, would rather, had better
ตัวอย่างประโยค
We should buy something valuable.
(พวกเราควรซื้อของที่มีประโยชน์)
Jenny can speak Spanish and Portuguese.
(เจนนี่สามารถพูดภาษาสเปนและโปรตุเกสได้)
My mother and I
will go to the beach in the afternoon.
(แม่และฉันจะไปชายหาดกันตอนบ่าย)

การทำเป็นรูปปฏิเสธของ Auxiliary Verbs ทำได้โดยการเติม not
ตัวอย่างประโยค

We should not/shouldn’t buy something too expensive.
(เราไม่ควรซื้อของที่มีราคาแพงเกินไป)
Jenny cannot/can’t speak Spanish and Portuguese.
(เจนนี่ไม่สามารถพูดภาษาสเปนและโปรตุเกสได้)

My mother and I will not/won’t go to the beach in the afternoon.
(แม่และฉันจะไม่ไปชายหาดกันตอนบ่าย)


สอนการใช้กริยาช่วยเบื้องตื้น




การใช้ Must

การใช้ must : ต้อง

1. เราใช้ must + V1 = ต้อง เพื่อบอกถึงความจำเป็นหรือความสำคัญมากที่จะทำสิ่งนั้น
   must ใช้ได้กับประธานทุกตัว มีรูปเป็น ปัจจุบัน อดีต เสมอ


He must go to the bank now.เขาต้องไปที่ธนาคารเดียวนี้
must go to the bank tomorrow.ฉันต้องไปที่ธนาคารพรุ่งนี้
The windows are very dirty. I must clean them.หน้าต่างสกปรกมาก ฉันต้องล้างมัน
We must go to the bank today.
We haven't got any money
เราต้องไปที่ธนาคารวันนี้ พวกเราไม่มีเงินเลย
It's a fantastic film. Youmust see it.มันเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมมาก คุณต้องไปดูมัน
She is a very interesting person.
You must meet her.
เธอเป็นคนที่น่าสนใจมาก คุณต้องไปพบเธอ

2. เราใช้ mustn't (must not) เพื่อบอกว่าต้องไม่ทำ หรือไม่สำคัญที่จะทำ

1.You mustn't walk on the grass.คุณไม่ต้องเดินบนพื้นหญ้า
2.I must hurry. I mustn'tbe late.ฉันต้องรีบ ฉันต้องไม่ไปสาย
3.This letter is very important.
You mustn't lose it.
จดหมายนี้สำคัญมาก คุณต้องไม่ทำมันหาย
4.mustn't forget to phone Manee.ผมต้องไม่ลืมที่จะโทรหามานี
5.You mustn't do that.คุณต้องไม่ทำมันอย่างนี้

3. เราใช้ must have + V3 = น่าจะ  เป็นการคาดคะแนในอดีต

He must have gonehome because
the door was locked.
เขาน่าจะกลับบ้านไปแล้วเพราะว่าประตูถูกล็อค
You must have been a beautiful baby.เขาน่าจะเป็นเด็กสวยคนหนึ่ง
They must have finished the work last week.พวกเขาน่าจะทำงานเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หมายเหตุ
 
       must เป็นรูปปัจจุบัน อดีตใช้ had to อนาคตใช้ will have to เช่น


must study English today.ฉันต้องเรียนภาษาอังกฤษวันนี้
had to study English yesterday.ฉันต้องเรียนภาษาอังกฤษเมื่อวานนี้
I will have to study English tomorrow.ฉันจะต้องเรียนภาษาอังกฤษพรุ่งนี้

การใช้ Will

Ø ใช้เป็นกริยาในตระกูล Future Tense มีความหมายว่า จะเป็นการคาดคะเนว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่น
·      I think I will go and see you tomorrow.
(ฉันว่าฉันจะไปหาเธอพรุ่งนี้)
·      He will be late.
(เขาจะมาสาย)

Ø ใช้ในการขอร้อง (Request) หรือการชักชวน (invitation) เช่น
·      Will you turn off the television please?
(ขอความกรุณาช่วยปิดโทรทัศน์ให้หน่อยได้ไหมครับ/คะ?)
·      Will you come with me tonight?
(คืนนี้คุณไปกับผมได้ไหมครับ?)

Ø ใช้กับการออกคำสั่ง เช่น
·      You will leave here right away.
(คุณต้องออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้)

Ø ใช้กับการสัญญาและเสนอ (make promises and offers) เช่น
·      I promise I will never let you down.
(ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง)
·      I will give you a lift home after the party.
(ฉันขออาสาไปส่งคุณที่บ้านหลังงานเลี้ยงเลิก)

Ø ใช้ใน If-clause บอกเงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริงๆเช่น
·      I will go to take a bath if I finished my homework.
(ฉันจะไปอาบน้ำถ้าฉันทำการบ้านเสร็จ)

Ø ใช้บอกความตั้งใจว่าจะทำ มักมีคำว่า definitely, certainly, absolutely วางหลัง will เช่น
·      I will definitely change myself.
(ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแน่นอน)
·      Maysa will certainly study harder to get a scholarship from the school.
(เมษาจะต้องขยันเรียนมากกว่าเดิมแน่นอนเพื่อที่จะได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียน)

การใช้ Would

Ø เป็นรูปอดีตของ Past Tense form ของ will ใช้บอกการกระทำในอดีต เช่น
·      Anda said that he would be late.
(อันดาบอกไว้ว่าเขาจะมาสาย)

Ø ใช้ในการขอร้อง หรือเชิญชวน ที่สุภาพกว่า will เช่น
·      Would you please pass me the orange juice?
(คุณช่วยส่งน้ำส้มคั้นมาให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?)

Ø ใช้ในการตั้งสมมุติฐาน เช่น
·      It would be very expensive to stay in a hotel.
(การพักที่โรงแรมนี่แพงมากเลยนะ)

Ø ใช้ใน If-clause บอกเงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน หรือเป็นเรื่องสมมติ เช่น
·      What would you do if you were a batman?
(คุณจะทำอะไรถ้าคุณเป็นแบทแมน)

Ø ใช้บอกความตั้งใจที่จะทำในอดีต เช่น
·      Mom wouldn’t lend me a car, so l have to take the bus.
(แม่ไม่ให้ฉันยืมรถ เราจึงจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์)

Ø สำนวน would guess/would think/would imagine/would like to/would rather เป็นการใช้เพื่อแสดงความคิดเห็น เมื่อเราเกิดความไม่แน่ใจ เช่น
·      I would think that is the wrong answer.
(ฉันว่านั่นเป็นคำตอบที่ผิดนะ)
·      I would like to go home now.
(ฉันอยากกลับบ้านตอนนี้เลย)

·      I would rather have that jacket.
(ฉันอยากได้แจ็คเก็ตตัวนั้นมากกว่า)

การใช้ Shall

Ø โดยปกติแปลว่า จะบอกอนาคตเหมือนกับ will แต่จะใช้กับประธาน I และ We โดยมักจะใช้กับการเสนอแนะ มักอยู่ในรูปประโยคคำถาม เช่น
·      Shall we buy this car?
(เราจะซื้อรถคันนี้หรือเปล่า?)


Ø ถ้าใช้กับประธานตัวอื่นๆ เป็นการแสดงถึงความมั่นใจว่าจะทำแน่ๆ หรือมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นแน่ๆ เช่น
·      She shall win the contest.
(เธอจะต้องชนะการประกวดแน่ๆ)


Ø ใช้กับกฎเกณฑ์การกีฬา หรือเกมการแข่งขันต่างๆ เช่น
·      The coach of each team shall list the players who shall be eligible to play in the game.
(โค้ชของแต่ละทีมจะต้องเขียนรายชื่อผู้เล่นที่ได้รับการคัดเลือกที่จะลงเล่นในเกมนี้)


Ø ใช้กับการบริการ (services) เช่น
·      Shall I carry your luggage?
(ให้ผมช่วยถือกระเป๋านะครับ)

การใช้ Should

Ø เป็นรูปอดีตของ shall นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายว่า ควรจะ
ใช้ในการแนะนำ (recommendation) และการให้คำชี้แนะ(give advice) เช่น
·      You should try hamburger at this restaurant.
(คุณควรลองแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านอาหารร้านนี้นะ)

Ø ใช้กับการให้ความช่วยเหลือ หรือขอความคิดเห็นโดยมักอยู่ในรูปประโยคคำถาม เช่น
·      Should I tell him that I don’t like him?
(ฉันควรบอกเขาไหมว่าฉันไม่ชอบเขา)

Ø ใช้กับกฎระเบียบ ข้อบังคับ เช่น
·      You should not eat in class.
(เธอไม่ควรกินอาหารในห้องเรียนนะ)

Ø ใช้กับการคาดคะเน เช่น
·      She should be America by now.
(ตอนนี้เธอควรจะอยู่ที่อเมริกาได้แล้วนะ)

การใช้ Ought to

Ø แปลว่า ควรจะ” = should
ใช้กับการคาดคะเน (Prediction) เช่น
·      This stock ought to increase in value.
(สินค้านี้ควรจะเพิ่มมูลค่า)

Ø ใช้กับหน้าที่ที่ควรจะทำ (Duties) เช่น
·      You ought to wash your clothes.
(เธอควรซักเสื้อผ้าด้วยนะ)

Note : รูปปฏิเสธ ought not (to) / oughtn’t (to)
            Ought to ไม่นิยมใช้ตั้งคำถามให้ใช้ Should แทน เช่น
             
- Should I clean the room now?
               (ฉันควรทำความสะอาดห้องตอนนี้เลยหรอ)

Ø มีกรณียกเว้นที่เราไม่สามารถใช้ ought to แทน should ได้คือ
ระเบียบข้อบังคับ เช่น
·      Visitors ought to present their identification card to the security guard.
= Visitors should present their identification card to the security guard.
(ผู้เยี่ยมชมควรแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย)

Ø การแสดงความคิดเห็น เช่น
·      I ought to think that this is not the best way to save money.
= I should think that this is not the best way to save money.
(ฉันคิดว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการออมเงิน)